นี่เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิตค่ะ
วันเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในห้องม.1/1นักเรียนทุกคนตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายอย่างตั้งอกตั้งใจ บ้างก็นั่งคุยกัน แต่มีนักเรียนคนหนึ่งนั่งซังกะตายเหมือนคนที่ไม่มีเรี่ยวแรงอยู่หลังห้อง
เธอชื่อว่า นิด นิดเป็นเด็กที่ตัวเล็กและเธอมีอาวุธคู่กายเป็นแว่นหนาเตอะ ตอนที่เธออยู่โรงเรียนเก่าเธอเป็นเด็กที่เฮฮา สนุกสนาน สร้างเสียงหัวเราะให้เพื่อได้อยู่เสมอ แต่ว่าวันเปิดเรียนวันแรกแท้ๆเธอกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เธอรู้ว่าเธอสอบติดในระดับที่ดีด้วย นิดอยู่ห้องที่มีแต่คนเก่งๆ นิดเก็บอารมณ์ ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจเธอลิงโลดอย่างกับโดนปล่อยจากห้องคุมขังที่อยู่มานาน โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตจะได้พบกับการหักหลัง การติฉินนินทา การหลอกลวง และความเหงาที่โถมซัดเข้ามา
ที่โรงเรียนมีจัดคอร์สปรับพื้นฐานก่อนที่จะเปิดเรียน แน่นอนว่านิดต้องเข้าด้วย เธอกังวลอย่างมากเพราะว่าเธอไม่มีเพื่อนเก่าอยู่เลย ถึงมันจะใกล้บ้านของเธอ แต่ว่ามันไกลจากโรงเรียนที่เธอเคยอยู่เหลือเกินทำให้ไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเก่าเลย นิดกลัวจะไม่มีเพื่อนนั่งคิดถึงแต่เรื่องนี้อยู่อย่างเดียว พอถึงเวลาจริงๆวันแรกเธอก็ได้เพื่อนแล้ว นิดมีความสุขมาก พอถึงวันสุดท้ายเพื่อนของนิดก็มารวมกันแล้วก็ตกลงกันว่า ใครที่ถึงก่อนก็ให้จองที่ให้คนอื่นด้วย นิดก็รู้อยู่แล้วว่าเธอต้องไปช้ากว่าคนอื่น แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าเพื่อนคงจองให้นิดอยู่แล้ว
ตอนไปถึงโรงเรียนนิดมาสาย เลยยังไม่ได้ขึ้นห้อง รอเพลงชาติจบแล้วค่อยขึ้น เมื่อนิดไปถึงก็พบกับเพื่อนตัวดีของเธอนั่งสบายใจอยู่แถวหน้า นิดก็คิดจะเดินไปหาแต่นิดก็ต้องหยุดคิดทันที เมื่อมองไปแล้วไม่มีที่นั่งสำหรับเธอ สำหรับคนอื่นอาจจะเห็นเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับนิดมันไม่เล็กแน่ เพื่อนกลุ่มแรกและกลุ่มเดียวที่นิดมีกลับหักหลังกัน คงจะนึกสภาพนิดออกนะ นิดจ๋อยเลยลากคอที่แทบตกลงพื้นเดินเอื่อยๆเหมือนคนใกล้ตาย กวาดสายตามองหาที่นั่งที่ว่างอยู่ เธอมองไปทุกคนนั่งประจำที่กันเกือบหมด ทุกคนเดินมานั่งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เธอรู้สึกผิดหวังในตัวเพื่อน นิดแทบจะเดินเข้าไปหาเจ้าเพื่อนตัวดีกลุ่มนั้น ตบซักฉาดแล้วถามว่าทำไมไม่จองที่ให้ เธอมองไปเรื่อยๆ โต๊ะเป็นแบบนั่งคู่ นิดพยายามมองดูว่ามีที่ไหนว่างสำหรับเธอและคนที่จะนั่งข้างเธอจะคบได้ไหม เธอเดินไปจนถึงที่นั่งด้านหลังสุด เธอรู้สึกเซ็งกับชีวิตมาก ลองคิดดูเด็กหญิงตัวเล็ก เล็กกว่าเพื่อนมากต้องมานั่งหลังสุด นิดจะเห็นกระดานหรือนี่ เธอยิ่งสายตาสั้นอยู่ด้วย นิดค่อยๆเขยิบเก้าอี้ที่ว่างอยู่ค่อยๆนั่งลงไป เธอหันไปมองกระดานดูว่าเธอจะมองเห็นชัดหรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าต้องไม่ชัด นิดหันซ้ายไปมองดูที่นั่งที่ยังไม่มีใคร นิดกำลังคิดว่าใครจะมานั่งข้างเธออย่างใจจดใจจ่อ นิดหวังว่าคนที่จะมานั่งคงเป็นคนที่คุยด้วยง่ายนะ
และแล้วในที่สุด ก็มีเด็กหญิงคนสุดท้ายเดินเข้ามา จะว่าไปก็ดูไม่เด็กนักเพราะว่าเธอเป็นคนที่ตัวใหญ่ และก็ดูจะคุยด้วยยาก ในที่สุดเธอก็ค่อยๆขยับเก้าอี้ออกมา นั่งลงพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ จนมาหยุดที่นิด นิดกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ นิดไม่รู้ว่าคนๆนี้จะพูดอะไรกับนิด นิดคิดไปต่างๆนานาทั้งคิดว่าอาจจะพูดถึงเรื่องที่นั่ง หรือเธออาจจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่ เพราะว่าหน้าตาเธอไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
เธอชื่ออะไรหรอ สิ่งที่นิดได้ยินกลับเป็นคำถามพื้นๆ นิดโล่งอก ตอบไปว่า
ชื่อนิดจ้ะ แล้วเธอชื่ออะไรหรอสีหน้าของนิดดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชื่อมิ้นท์ ยินดีที่ได้รู้จัก เธอพูดก่อนจะหยิบคัตเตอร์ที่อยู่ในกล่องดินสอออกมา
จะทำอะไรน่ะ นิดตื่นตระหนก ไม่คิดว่าจะมาเจอฆาตกรโรคจิตในห้องเรียน
เหลาดินสอจ้ะ มิ้นท์เหลาดินสอด้วยสีหน้าเรียบๆ นิดถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าจะได้ไปโลกหน้าซะแล้ว
นิดกลับไปทบทวนเรื่องเมื่อครู่อีกครั้ง ทำไมตัวเธอต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนนี้ เธอไม่มีเรื่องดีเกิดขึ้นเลย เจอะแต่เรื่องร้ายๆ ที่เป็นอันตรายต่อหัวใจเหลือเกิน นิดค่อยๆก้มลงนอนกับโต๊ะ
ลาก่อนโลกที่แสนโหดร้าย นิดเสียใจอย่างสุดกลั้นพลางพุ่งตัวออกไปนอกระเบียง
I can fly!!! นิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะปิดฉากชีวิตของเธอ
มีเสียงค่อยๆผ่านหูนิดเข้ามา นิดๆ ตื่นได้แล้ว นิดสะดุ้งนึกว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว
นี่คือสวรรค์หรอ นิดถามขึ้น
จะบ้าหรอ นิด ที่นี่ก็โรงเรียนไง ฝันไปถึงสวรรค์เลยหรอนี่มิ้นท์พูดด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะเอือมระอาเอามากๆ
หระ หรอ เราฝันหรอนี่ มันเหมือนจริงมากเลยนะนิดพูดแบบตกใจนิดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นิดก็กลับมาคิดถึงเรื่องของตัวเอง นอนลงกับโต๊ะอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ได้หลับ เพราะเธอกำลังนึกถึงกลอนที่พี่เคยท่องให้ฟัง
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์
มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
อันเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด
ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
ตัวนิดเองก็คงจะเหมือนกับสุดสาครที่ไม่เชื่อฟังคำฤๅษี สุดท้ายก็ได้รับผลที่เจ็บแสบเช่นนี้สินะ คำว่า มิตรภาพ ที่เธอเคยเชื่อถือมาตลอดก็เท่านี้แค่นั้นเอง หรือไม่เธอก็ลืมต่อคำว่า จอมปลอม ลงไป!
เมื่อถึงพักกลางวัน นิดก็ลุกขึ้นจากโต๊ะอย่างเอื่อยๆ สายตาเธอเฉยชาเอามากๆราวกับจะปลงตกต่อชีวิตเสียแล้ว และแล้วเจ้าเพื่อนตัวดีก็เดินมาหาแล้วพูดว่า
เป็นอะไรหรอนิด เราไปกินข้าวกันเถอะแพรพูดขึ้น ด้วยสายตาที่อารี
อือ ตอนนี้อยากกินข้าวราดแกงพอดีเลย หวังว่ากับข้าววันนี้จะมีนะ ไปเถอะแพร ไหม เต้ อารมณ์ของนิดเปลี่ยนไปทันที เมื่อพูดถึงเรื่องกิน
เมื่อเดินไปถึงโรงอาหาร นิดก็วิ่งฉิวนำคนอื่นไปเข้าแถวซื้ออาหาร แน่นอนเธอต้องไปร้านที่มีข้าวราดแกงอยู่แล้ว เพื่อนๆต่างอมยิ้มเมื่อนิดที่ก่อนหน้านี้ยังเหมือนคนใกล้ตายกำลังทำตาเบิกกว้างรอสั่งอาหารอยู่ เมื่อทุกคนสั่งอาหารเสร็จก็เดินหาที่นั่งกินกัน ซึ่งเมื่อได้ที่นั่งแล้ว นิดก็กินไม่หยุดปากพร้อมกับคุยไปด้วย เป็นที่สุขสันต์มาก สำหรับวงโต๊ะอาหารโต๊ะนี้
เมื่อกินเสร็จเต้ก็พูดขึ้นว่า นี่หล่อน รู้สึกว่าเรื่องกินนี่จะเก่งเป็นพิเศษเลยนะยะ
ยุ่งน่า ไอ้.. เอ๊ย อีเต้นิดพูดเสียงดัง ที่ต้องสะดุดเพราะว่าเต้เป็นตุ๊ด ซึ่งคงไม่มีตุ๊ดที่พอใจกับคำว่าไอ้หรอก เต้วิ่งมาจะตบนิด นิดวิ่งไปหัวเราะไป นิดเป็นคนที่วิ่งเร็วมากๆ แล้วก็มั่นใจในฝีเท้าตัวเองมากด้วย จึงไม่กลัวที่จะโดนเต้ตบแม้แต่น้อย
พอหมดเวลาพัก นิดก็กลับมาซังกะตายเหมือนเดิม นิดมักจะเป็นแบบนี้เสมอ คือเมื่อถึงช่วงเวลาอาหารแล้วจะกลายเป็นคนบ้าไปเลย แต่พอหมดช่วงเวลาอาหารแล้วก็จะกลับมาเป็นคนเดิม ทุกคนจึงมักอยากจะอยู่กับนิดในช่วงเวลาที่นิดกินมากกว่าช่วงที่อยู่ในคาบเรียน นั่นอาจเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้เพื่อนของนิดไม่ได้จองที่ให้ด้วยล่ะมั้ง
นิดรู้สึกว่าวันนี้ทำไมมันผ่านไปอย่างเชื่องช้า (ถึงแม้ว่าช่วงที่กินจะผ่านเร็วก็เถอะ) รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต เสียงอาจารย์ที่กำลังสอนก็เหมือนกับเพลงกล่อมนอนเหลือเกิน เป็นน้ำเสียงที่ทำให้รู้อายุของอาจารย์ว่าอยู่ในช่วงปลายของชีวิตแล้ว เสียงเรียบๆไม่มีเน้นคำอะไรเป็นพิเศษ ช่างเป็นเสียงที่ชวนหลับจริงๆ แต่ละคาบที่ผ่านไปนิดแทบไม่ได้ตั้งใจฟังเลย นิดมักจะนั่งวาดรูปเล่น ไม่ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ซึ่งครูก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะว่าครูไม่เห็นนิด
และแล้ววันนี้ก็ผ่านไปได้ซะที ความคิดนี้แล่นอยู่ในหัวของนิดหลังจากได้ยินเสียงออดดังขึ้น นิดลุกขึ้นเก็บเก้าอี้ เดินไปสวัสดีอาจารย์อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ทำหน้าดีใจอะไร เหมือนกับอยากให้มันผ่านไปเร็วๆมากกว่า นิดเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรยืดยาวอยู่แล้ว และก็ไม่ชอบออกงานด้วย เพราะนิดไม่ใช่คนสวยหรือน่ารัก หน้าตาธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น นิดไม่ชอบใส่กระโปรง นั่นทำให้นิดบางครั้งอาจจะดูเหมือนทอม แต่ก็ไม่ใช่ทอม
ระหว่างทางกลับบ้าน นิดคิดถึงวันนี้ที่ผ่านมา นิดคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา มีทั้งเรื่องที่ทำให้เศร้า ทำให้เซ็ง ทำให้รู้สึกโกรธ รู้สึกผิดหวัง รู้สึกสะใจ รู้สึกสนุกสนาน รู้สึกเบื่อ และก็มีช่วงที่เป็นอันตรายต่อหัวใจด้วย คิดดูมันก็สนุกดีนะ วันเดียวกลับได้ครบรสเลยแฮะ
เมื่อถึงเวลาที่นิดจะเข้านอน นิดกลับมาคิดเรื่องวันนี้อีกครั้ง ทำให้นิดรู้ว่าชีวิตคนเราต้องเจออะไรหลายอย่าง ซึ่งทุกอย่างเป็นบทเรียนชีวิตแก่เราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเจออะไรที่แย่มา ถ้าเราไม่ย่อท้อ สักวันมันก็ต้องเจอเรื่องดีๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันทำให้เรามีวันนี้ขึ้นมา รู้ถึงอารมณ์ต่างๆไว้เยอะๆสิดี อนาคตเมื่อเราเจอจะได้รู้วิธีป้องกันและแก้ไข อะไรที่ดีก็เก็บไว้ อะไรที่แย่ก็ปล่อยมันไป
นิดไม่ได้รู้เลยว่าวันข้างหน้าของนิดจะเป็นวันที่จะแสนแย่ยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่านัก จนอาจจะลืมเรื่องที่คิดวันนี้ไปเลยก็ได้ เพราะมันจะเป็นอะไรที่ทำให้คนอย่างนิดเปลี่ยนจากคนสนุกสนานกลายเป็นคนเงียบๆไปเลยทีเดียว
มาแล้วค่ะ สำหรับเรื่องสั้นที่เสร็จเป็นตัวเป็นตน ยังมีตอนต่อไป แต่เมื่อไรก็ไม่รู้ค่ะ
ช่วยติชมด้วยนะคะ
edit @ 2005/10/07 19:56:50